เข้าสู่แมทช์ที่ 4 แล้วสำหรับฤดูกาลแรกของเชียงราย ยูไนเต็ด บนลีกสูงสุดของประเทศไทย อย่างไทยพรีเมียร์ลีก 2011 แมทช์นี้เป็น
โจทย์ที่ยากพอสมควรสำหรับผู้เล่นทุกคน และทีมงานสต๊าฟโค้ช เพราะแมทช์นี้ทางศรีราชาก็คาดหวังกับ 3 คะแนนในบ้านอยู่พอสมควร
เนื่องจากที่ผ่านมา 3 แมทช์ เสมอ 2 แพ้ 1 เก็บได้เพียง 2 แต้มเท่านั้น ส่วนเชียงราย ยูไนเต็ด ต้องบอกว่ายังไม่อยู่ในฟอร์มที่ถือว่าดีนัก
เนื่องจากนัดที่แล้วได้เล่นในบ้านเก็บได้เพียง 1 แต้มจากเกมที่หลายคนดูแล้ว "น่า" จะชนะ แต่ก็ด้วยปัจจัยหลายด้านทำให้ผลออกมาเป็น
อย่างที่ทราบกัน
เชียงราย ยูไนเต็ด เดินทางมาถึง ชลบุรี ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 17 มีนาคม ซึ่งในช่วงเข้าก่อนเดินทางโค้ชใหทุกคนซ้อมที่ สนามลีโอสเตเดี้ยม
สนามหญ้าเทียม รังเหย้าของ สโมสรบางกอกกล้าส เพื่อทำความคุ้นเคยกับพื้นสนาม แต่เมื่อมาลงซ้อมที่สนามซูซูกิสเตเดี้ยม สังเวียนแข่งจริง
ต้องบอกว่า "คนละเรื่อง" กับที่บีจีเลย เพราะลักษณะของหญ้าที่ต่างกัน มีลักษณะใบที่ใหญ่กว่า เม็ดยางที่ใช้ก็ต่างกัน ซึ่งมีผลต่อการเคลื่อนที่
ของทั้งผู้เล่น และลูกฟุตบอล ทั้งที่หลายคนเคยมาเล่นที่นี่แล้วก็ตาม ผู้เล่นหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "หนืด" เพราะฉะนั้นการที่จะเล่น
ตามที่ซ้อมกันมา ต้องใช้แรงเพิ่มเป็น 2 เท่า
15.45 น. ทุกคนมาถึงสนามพร้อมกัน แฟนกว่างโซ้งในวันนี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิม (ไม่ต่ำกว่า 300) ในการเป็นทีมเยือน นักฟุตบอลเข้า
ห้องพักและทยอยออกมาวอร์มอัพร่างกาย จนถึงเวลาถ่ายทอดสด 18.00 น. ผู้ตัดสินเดินนำนักกีฬาลงสู่สนาม ต่อจากนั้นก็มีการไว้อาลัยให้ผู้
ประสบภัยสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น
วันนี้ขาดตัวเดินเกมทางด้านซ้าย อย่างใหญ่ นิลวงศ์ แต่ก็ยังมีตัวเลือกที่ทดแทนและไว้ใจได้ ก็คือ รัฐพล ส่วนผู้เล่นในตำแหน่งอื่นยังคงใช้
ชุดเดิม เริ่มเกมเจ้าถิ่นครองเกมเป็นส่วนใหญ่ต่อบอลกันอย่างคล่องแคล่ว เห็นได้ชัดถึงความได้เปรียบในเรื่องของความคุ้นเคยกับพื้นสนาม แต่
ไม่กี่นาทีทุกคนก็ปรับตัวได้ เกมกลับมาเป็นของเชียงราย มีโอกาศลำเลียงบอลเปิดเกมรุกเข้าใส่เจ้าบ้านบ้าง ทำให้เกมสนุกสูสีขึ้น ช่วงนาทีที่ 17
เกมเริ่มเดือด เมื่อจังหวะขึ้นโหม่งของสัญญา พวงจันทร์ ไปปะทะกับเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ทำให้เกริกฤทธิ์ ไม่พอใจพุ่งเข้าเสียบในจังหวะต่อมา
ผู้ตัดสินต้องคาดโทษทั้ง 2 คนด้วยใบเหลืองเพื่อเบรคเกม เกมดำเนินไปโดยทั้ง 2 ทีมผลัดกันทำเกมรุก อย่างสนุกตื่นเต้น แต่ทว่าจังหวะสุดท้าย
ยังคงไม่เด็ดขาดทั้งคู่จบครึ่งเวลาแรกเสมอกัน 0-0
ช่วงพักครึ่งตามประเพณีก็มีการแลกของที่ระลึกจากแฟนคลับทั้ง 2 ทีม และแจกรางวัลจากผู้สนับสนุน เริ่มครึ่งหลังโค้ชเตโก้ ส่งปาโต้ลงไป
แทนยูเลี่ยน รูปแบบเกมก็ยังคงดำเนินไปแบบเดิม แล้วสภาพสนามเริ่มส่งผล เมื่อทั้ง 2 ทีมโหมเกมเข้าใส่กันอย่างหนักทำให้สภาพร่างกายของ
แต่ละคนเริ่มอ่อนแรงหรือเรียกว่าเริ่ม "หมด" มีการตัดฟาล์วกันบ่อยครั้ง โค้ชเตโก้หันมาใช้ลูกโยนแทนเพื่อย่นระยะเวลาการลำเลียงบอลขึ้นไปใน
แดนหน้า ดังนั้นจึงส่ง รังสรรค์ ที่ได้เปรียบเรื่องของรูปร่างลงไปแทนวสันต์ แต่ก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ทั้ง 2 ฝั่ง จบเกมเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0
แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม หลังเกมมีการประมูลเสื้อแข่งขันที่มีลายเซนต์ของนักเตะ เพื่อนำเงินไปช่วยผู้ประสบภัยสึนามิที่ญี่ปุ่นด้วย
บรรยากาศในห้องแถลงข่าวทางด้านของ โค้ชทรงยศ กลิ่นศรีสุข กุนซือของศรีราชา กล่าวว่าตนยังไม่พอใจในเกมรุกที่ยังคงปิดสกอร์ไม่ได้
และรับว่ากดดันอย่างมากที่จะประคองทีมให้อยู่บนลีกสูงสุดต่อไป หลังจาก 4 เกมผ่านไปยังไม่พบกับชัยชนะ ส่วนทางประธานมิตติ ให้สัมภาษณ์
ว่ารูปแบบของเกมค่อนข้างดีทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลออกมาเป็นแบบนี้ คงน่าจะมาจากการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน โดย
เฉพาะผู้ช่วยผู้ตัดสินที่พิจารณาลูกล้ำหน้าผิดพลาดบ่อยครั้ง ทำให้เกมบุกไม่ได้รับความต่อเนื่อง รับว่าเสียดายที่เก็บ 3 แต้มไม่ได้ แต่ก็พอใจที่ได้
1 แต้ม ออกมาจากซูซุกิสเตเดี้ยม ทำให้ในตอนนี้อันดับขยับลงมา 1 อันดับ อยู่อันดับ 11 มี 5 แต้ม หลังจากแข่งไป 4 นัด มีคะแนนเท่ากันกับ
ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี แต่มีประตูได้เสียน้อยกว่า 1 ประตู หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มทยอยกันกลับ โดยจะกลับมาเริ่มซ้อมในวันอังคาร เพื่อเตรียม
ทีมรับการมาเยือนของ ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ที่ล่าสุดไปแบ่งแต้มจากจ่าฝูง อาร์มี่ ยูไนเต็ดมาได้ ในวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม นี้ เวลา 18.00 น.

































